
นิทานคลาสสิกโลก
จักรพรรดิกับนกไนติงเกล
⏱ 7–11 นาที
กาลครั้งหนึ่ง มีจักรพรรดิพระองค์หนึ่งโปรดปรานเสื้อผ้าสวยงามมากกว่าสิ่งใด วันหนึ่งมีช่างตัดเสื้อแปลกหน้าสองคนมาเข้าเฝ้า อวดอ้างว่าตนทอผ้าวิเศษที่สวยงามที่สุดในโลก และผ้าผืนนี้จะมองไม่เห็นสำหรับคนโง่หรือคนที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ของตนเท่านั้น จักรพรรดิได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นมาก รีบสั่งให้ช่างทั้งสองเริ่มทอผ้าทันที
ช่างตัดเสื้อทั้งสองตั้งกี่ทอผ้าเปล่าๆ ในห้อง แสร้งทำท่าทอผ้าอย่างขะมักเขม้นทั้งวันทั้งคืน แต่บนกี่นั้นไม่มีเส้นด้ายแม้แต่เส้นเดียว เมื่อจักรพรรดิส่งขุนนางไปตรวจดูความคืบหน้า ขุนนางมองไม่เห็นผ้าใดๆ เลย แต่กลัวว่าตนจะถูกมองว่าโง่หรือไม่เหมาะกับตำแหน่ง จึงกลับมารายงานว่าผ้านั้นงดงามเหลือเกิน
เมื่อผ้าเสร็จ ช่างตัดเสื้อแสร้งยกผ้าที่ไม่มีจริงมาตัดเย็บเป็นชุดให้จักรพรรดิสวมใส่ จักรพรรดิมองในกระจกแล้วไม่เห็นชุดอะไรเลย แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าตนเองจะดูโง่เขลา จึงแสร้งชื่นชมว่าชุดสวยงามที่สุดเท่าที่เคยสวมมา แล้วประกาศว่าจะสวมชุดใหม่นี้เดินขบวนให้ประชาชนได้ชม
วันเดินขบวนมาถึง จักรพรรดิเสด็จออกกลางเมืองด้วยท่าทางสง่างาม ประชาชนที่มายืนรอสองข้างทางต่างโห่ร้องชื่นชมชุดใหม่ว่าสวยงามวิจิตร เพราะทุกคนกลัวว่าตนจะดูโง่หากพูดความจริง จนกระทั่งเด็กน้อยคนหนึ่งที่ยืนอยู่ริมถนนตะโกนออกมาด้วยความไร้เดียงสาว่า "ดูสิ จักรพรรดิไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลยนี่!"
เสียงของเด็กน้อยดังไปถึงหูทุกคน ทีละคนทีละคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยและกระซิบบอกต่อกันว่าเป็นความจริง จนเสียงหัวเราะแผ่วเบาแทรกขึ้นทั่วฝูงชน จักรพรรดิรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อได้ยิน แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดก็มีคนกล้าพูดความจริง ตั้งแต่วันนั้นมา พระองค์ทรงระลึกเสมอว่าความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมานั้นมีค่ายิ่งกว่าคำชมเชยที่ไม่จริงใจ
การพูดความจริงด้วยใจกล้าหาญ ทำให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเองและรู้สึกโล่งใจไปด้วยกัน
ช่างตัดเสื้อสองคนหลอกว่าทอผ้าวิเศษที่คนโง่มองไม่เห็น จนทุกคนรวมทั้งจักรพรรดิแสร้งชมชุดที่ไม่มีอยู่จริง จนกระทั่งเด็กคนหนึ่งพูดความจริงออกมาอย่างกล้าหาญ
นิทานแนวเดียวกันที่คัดมาให้อ่านต่อ