
นิทานคลาสสิกโลก
จักรพรรดิกับนกไนติงเกล
⏱ 7–11 นาที
กลางป่าสนแห่งหนึ่ง มีต้นสนน้อยต้นหนึ่งขึ้นอยู่ท่ามกลางต้นสนใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสูงเสียดฟ้า มันมองต้นสนโตเหล่านั้นด้วยความอิจฉาอยู่เสมอ และเฝ้าแต่ปรารถนาว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะได้สูงใหญ่ กิ่งใบสวยงามแผ่กว้างอย่างพวกเขาเสียที จนไม่เคยสนใจมองดูตัวเองในวันนี้เลยสักครั้ง
นกกระจอกและกระต่ายป่าที่แวะเวียนมาเล่นใต้ร่มเงามันบ่อยๆ ต่างพากันบอกว่า 'ทำไมไม่สนุกกับแสงแดดอุ่นๆ และหิมะขาวโพลนตอนนี้ล่ะ ตอนที่ยังตัวเล็กแบบนี้แหละสนุกที่สุดนะ' แต่ต้นสนน้อยกลับไม่ฟัง มันยังเฝ้าแต่ฝันถึงวันข้างหน้าที่ตัวเองจะสูงใหญ่ต่อไปไม่หยุด
ทุกฤดูหนาว คนตัดไม้จะเดินเข้ามาในป่าและเลือกตัดต้นสนที่สูงใหญ่และงดงามที่สุดออกไป ต้นสนน้อยมองดูด้วยความอิจฉาริษยา คิดเอาเองว่าต้นสนเหล่านั้นคงได้ไปพบเจอกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่และวิเศษกว่าที่นี่แน่ๆ
ปีแล้วปีเล่าผ่านไป ต้นสนน้อยค่อยๆ เติบโตขึ้นจนแผ่กิ่งก้านหนาแน่นสวยงามไม่แพ้ต้นสนต้นใด จนกระทั่งฤดูหนาวปีหนึ่ง คนตัดไม้ก็เดินเข้ามาหยุดที่หน้ามันพอดี และเลือกมันไปในที่สุด ต้นสนน้อยรู้สึกตื่นเต้นสุดขีดที่ในที่สุด 'ช่วงเวลาสำคัญ' ของตัวเองก็มาถึงเสียที
ต้นสนถูกนำเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่อบอุ่น ผู้คนช่วยกันประดับตกแต่งกิ่งก้านของมันด้วยเทียนแสงระยิบระยับ ลูกบอลสีสวย และริบบิ้นหลากสี ในค่ำคืนแห่งเทศกาลฤดูหนาวคืนนั้น มันคือสิ่งที่งดงามและได้รับการชื่นชมมากที่สุดในห้องทั้งหมด
แต่เมื่อค่ำคืนแห่งเทศกาลผ่านพ้นไป เครื่องประดับทุกชิ้นก็ถูกถอดออกทีละอย่าง และต้นสนก็ถูกยกไปไว้ในห้องเก็บของบนห้องใต้หลังคาที่มืดและเงียบเหงา มันถูกลืมไปตลอดฤดูหนาวที่เหลือ และในที่สุดก็เข้าใจว่าตัวเองรีบร้อนมองข้ามช่วงเวลาดีๆ มากมายที่เคยมีในป่าไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ต้นสนถูกนำออกไปวางไว้ในดินกลางสวน กิ่งก้านของมันแม้จะอ่อนล้าและซบเซาไปตามกาลเวลา แต่มันกลับพบว่าเมล็ดสนเล็กๆ ที่เคยร่วงหล่นจากตัวมันเองได้งอกรากขึ้นเป็นต้นกล้าเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กำลังเติบโตอย่างสดใสท่ามกลางแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ
ต้นสนตระหนักว่า แม้ช่วงเวลาที่มันเปล่งประกายที่สุดจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ชีวิตของมันก็ได้ให้กำเนิดต้นกล้าใหม่ที่ยังมีอนาคตอันยาวไกลรออยู่ข้างหน้า มันรู้สึกสงบใจเป็นครั้งแรก และได้แต่หวังให้ต้นกล้าเล็กๆ เหล่านั้นรู้จักมีความสุขกับทุกฤดูกาลที่ผ่านเข้ามา แทนที่จะเอาแต่เฝ้ารอฤดูกาลถัดไปเหมือนที่มันเคยทำ
จงมีความสุขและรู้คุณค่ากับสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าในวันนี้ อย่ารีบมองข้ามมันไปเพื่อรอวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง
ต้นสนน้อยต้นหนึ่งใจร้อนอยากโตเป็นต้นใหญ่งดงามอย่างรวดเร็ว จนลืมมองเห็นความสุขของวันนี้ ก่อนจะได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเมื่อวันที่มันเฝ้าฝันถึงมาถึงในที่สุด
นิทานแนวเดียวกันที่คัดมาให้อ่านต่อ