นกฮูกนิทาน

ต้นสนน้อยผู้อยากมีใบสวย

กลางป่าสนแห่งหนึ่ง มีต้นสนน้อยต้นหนึ่งขึ้นอยู่ท่ามกลางต้นสนใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสูงเสียดฟ้า มันมองต้นสนโตเหล่านั้นด้วยความอิจฉาอยู่เสมอ และเฝ้าแต่ปรารถนาว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะได้สูงใหญ่ กิ่งใบสวยงามแผ่กว้างอย่างพวกเขาเสียที จนไม่เคยสนใจมองดูตัวเองในวันนี้เลยสักครั้ง

นกกระจอกและกระต่ายป่าที่แวะเวียนมาเล่นใต้ร่มเงามันบ่อยๆ ต่างพากันบอกว่า 'ทำไมไม่สนุกกับแสงแดดอุ่นๆ และหิมะขาวโพลนตอนนี้ล่ะ ตอนที่ยังตัวเล็กแบบนี้แหละสนุกที่สุดนะ' แต่ต้นสนน้อยกลับไม่ฟัง มันยังเฝ้าแต่ฝันถึงวันข้างหน้าที่ตัวเองจะสูงใหญ่ต่อไปไม่หยุด

ทุกฤดูหนาว คนตัดไม้จะเดินเข้ามาในป่าและเลือกตัดต้นสนที่สูงใหญ่และงดงามที่สุดออกไป ต้นสนน้อยมองดูด้วยความอิจฉาริษยา คิดเอาเองว่าต้นสนเหล่านั้นคงได้ไปพบเจอกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่และวิเศษกว่าที่นี่แน่ๆ

ปีแล้วปีเล่าผ่านไป ต้นสนน้อยค่อยๆ เติบโตขึ้นจนแผ่กิ่งก้านหนาแน่นสวยงามไม่แพ้ต้นสนต้นใด จนกระทั่งฤดูหนาวปีหนึ่ง คนตัดไม้ก็เดินเข้ามาหยุดที่หน้ามันพอดี และเลือกมันไปในที่สุด ต้นสนน้อยรู้สึกตื่นเต้นสุดขีดที่ในที่สุด 'ช่วงเวลาสำคัญ' ของตัวเองก็มาถึงเสียที

ต้นสนถูกนำเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่อบอุ่น ผู้คนช่วยกันประดับตกแต่งกิ่งก้านของมันด้วยเทียนแสงระยิบระยับ ลูกบอลสีสวย และริบบิ้นหลากสี ในค่ำคืนแห่งเทศกาลฤดูหนาวคืนนั้น มันคือสิ่งที่งดงามและได้รับการชื่นชมมากที่สุดในห้องทั้งหมด

แต่เมื่อค่ำคืนแห่งเทศกาลผ่านพ้นไป เครื่องประดับทุกชิ้นก็ถูกถอดออกทีละอย่าง และต้นสนก็ถูกยกไปไว้ในห้องเก็บของบนห้องใต้หลังคาที่มืดและเงียบเหงา มันถูกลืมไปตลอดฤดูหนาวที่เหลือ และในที่สุดก็เข้าใจว่าตัวเองรีบร้อนมองข้ามช่วงเวลาดีๆ มากมายที่เคยมีในป่าไปอย่างน่าเสียดาย

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ต้นสนถูกนำออกไปวางไว้ในดินกลางสวน กิ่งก้านของมันแม้จะอ่อนล้าและซบเซาไปตามกาลเวลา แต่มันกลับพบว่าเมล็ดสนเล็กๆ ที่เคยร่วงหล่นจากตัวมันเองได้งอกรากขึ้นเป็นต้นกล้าเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กำลังเติบโตอย่างสดใสท่ามกลางแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ

ต้นสนตระหนักว่า แม้ช่วงเวลาที่มันเปล่งประกายที่สุดจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ชีวิตของมันก็ได้ให้กำเนิดต้นกล้าใหม่ที่ยังมีอนาคตอันยาวไกลรออยู่ข้างหน้า มันรู้สึกสงบใจเป็นครั้งแรก และได้แต่หวังให้ต้นกล้าเล็กๆ เหล่านั้นรู้จักมีความสุขกับทุกฤดูกาลที่ผ่านเข้ามา แทนที่จะเอาแต่เฝ้ารอฤดูกาลถัดไปเหมือนที่มันเคยทำ

จงมีความสุขและรู้คุณค่ากับสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าในวันนี้ อย่ารีบมองข้ามมันไปเพื่อรอวันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง

เกี่ยวกับนิทานเรื่องนี้

ต้นสนน้อยต้นหนึ่งใจร้อนอยากโตเป็นต้นใหญ่งดงามอย่างรวดเร็ว จนลืมมองเห็นความสุขของวันนี้ ก่อนจะได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเมื่อวันที่มันเฝ้าฝันถึงมาถึงในที่สุด

เวลาอ่านประมาณ 8–12 นาที👧 เหมาะสำหรับวัย 9–12 ปี📚 นิทานคลาสสิกโลก

ข้อคิดที่ได้

ความพอใจในสิ่งที่มี
ผู้แต่งและเรียบเรียง
ดัดแปลงจากนิทานคลาสสิกของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เรื่อง The Fir Tree — เรียบเรียงใหม่โดยทีมนกฮูกนิทาน
ลิขสิทธิ์
สาธารณสมบัติ · ที่มา: นิทานคลาสสิกของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เรื่อง The Fir Tree (ค.ศ. 1844)
อ่านนิทานเรื่องนี้เป็นภาษาอื่น:EN

อ่านจบแล้ว ไปผจญภัยต่อกันไหม?

นิทานแนวเดียวกันที่คัดมาให้อ่านต่อ